8 ปริศนาแห่งทะเลทราย ความลึกลับของโลกที่นักวิทยาศาสตร์ยังหาคำตอบไม่ได้

ทะเลทรายคือสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ขนาดอันกว้างใหญ่ไพศาลของมันทำให้แม้แต่วิวัฒนาการอันแสนก้าวไกลของมนุษย์ก็ยังไม่สามารถไขปริศนาของทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งเหล่านี้ได้

 

สิ่งแปลกๆ ที่เกิดขึ้นในทะเลทรายหลายเหตุการณ์จึงยังคงเป็นปริศนาที่รอการค้นหาคำตอบต่อไปอย่างเช่น 9 เรื่องชวนสงสัยนี้

 

#1

วงกลมนางฟ้า

กลางทะเลทรายนามิเบียที่แห้งแล้ง วงกลมปริศนาที่มีความลึกประมาณหัวเข่าได้ปรากฎขึิ้นเป็นระยะทางกว่า 1,800 กิโลเมตร กินพื้นที่ตั้งแต่ประเทศนามิเบียไปจนถึงเขต Cape ในแอฟริกาใต้

 

วงกลมแต่ละวงมีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ 2 เมตร ไปจนถึง 20 เมตร และปรากฎขึ้นมาเป็นเวลานานอย่างน้อย 75 ปีแล้ว ยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ใดที่สามารถยืนยันได้ว่าวงกลมเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

หลายคนเชื่อว่ามันเป็นเพียงฝีมือของสัตว์ อย่างเช่นปลวก นกกระจอกเทศ หรือม้าลาย และอาจเป็นปฏิกิริยาที่เกิดจากแก๊สบางชนิด ในขณะที่บางคนเชื่อว่ามันเป็นฝีมือของมนุษย์หรือแม้กระทั่งสิ่งลึกลับและมนุษย์ต่างดาว

 

#2

สุสานประหลาด

ณ หุบเขาแห่งกษัตริย์ในประเทศอียิปต์ มีสุสานที่เต็มไปด้วยหลุมศพของกษัตริย์และราชวงศ์แห่งอียิปต์มากมาย เช่นที่ฝังพระศพของฟาโรห์ตุตันคาเมน แต่ปริศนาได้ปรากฎขึ้นและค้างคาใจนักสำรวจมาเป็นเวลาเนิ่นนาน หลังจากมีการค้นพบกระท่อมที่ภายในมีหีบศพ 7 หีบที่ปิดผนึกอย่างมิดชิดพร้อมกับข้าวของเครื่องใช้อีกมากมาย แต่ภายในหีบกลับไม่มีร่างของผู้ใดบรรจุไว้เลย

 

รอบหีบศพมีเสื้อผ้าอาภรณ์ข้าวของเครื่องใช้ตระเตรียมไว้ตามพิธีการของชาวอียิปต์ ฝาโลงที่ปิดผนึกแน่นทำให้นักโบราณคดีสงสัยว่าหลุมศพเหล่านี้ทำขึ้นเพื่อการใด เพราะถ้าหากต้องการทำเพื่อตบตาใครบางคนว่ากษัตริย์ได้สิ้นพระชนม์ไปแล้ว ก็ควรจะมีการจารึกชื่อหรือรายละเอียดใดไว้บ้าง แต่สถานที่แห่งนี้ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ใดเลยนอกจากหีบเปล่าๆ และพิธีศพที่ถูกต้องตามธรรมเนียม

 

#3

ซากปรักหักพังในซีเรีย

ซากปรักหักพังแห่งนี้ตั้งอยู่กลางทะเลทรายในประเทศซีเรีย ห่างออกไปจากกรุงดามัสกัสราว 80 กิโลเมตร ซากเหล่านี้ถูกค้นพบเมื่อ 5,000 ปีก่อน ซึ่งเมื่อตรวจสอบอายุแล้วพบว่าเก่าแก่เสียยิ่งกว่าเมืองดามัสกัสโบราณ

 

ในปี 2009 นักโบราณคดี Robert Mason ได้พยายามไขปริศนาของซากโบราณเหล่านี้ ซึ่งเป็นไปได้ว่ามันอาจเป็นหลุมศพหรือแท่นสำหรับทำพิธีกรรมบางอย่าง และเมื่อคำนวนอายุของหินก็พบว่ามันมีอายุมากกว่า 6,000 ถึง 10,000 ปี เก่าแก่กว่าพีระมิดที่อายุมากที่สุดในโลกอย่างมหาพีระมิดแห่งกีซา

 

#4

เครื่องมือหิน

ในปี 2011 มีการค้นพบเครื่องมือหินที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในประวัติศาสตร์ หิน 149 ชิ้นกลางทะเลทรายในประเทศเคนยา เครื่องมือหินเหล่านี้มีอายุมากกว่า 3.3 ล้านปี นานเกินกว่าที่บรรพบุรุษของมนุษย์เผ่าพันธุ์ใดจะปรากฎตัวขึ้น แต่กลับมีอุปกรณ์เครื่องมือที่ดูมีวิวัฒนาการเหลือเชื่อ

 

ซึ่งผู้ที่จะสามารถสร้างเครื่องมือประเภทนี้ได้ต้องมีทั้งสภาพร่างกายและมันสมองที่ใกล้เคียงกับมนุษย์สมัยใหม่ อาจเป็นไปได้ว่าในยุคนั้นมีสิ่งมีชีวิตบางสายพันธุ์ที่เก่งกาจและมีความสามารถล้ำหน้าสายพันธุ์อื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเผ่าพันธุ์มนุษย์ของเรา

 

#5

แหล่งไนเตรท

ทะเลทรายอาตากามาถูกเรียกว่าเป็นสถานที่ที่แห้งแล้งและว่างเปล่าที่สุดในโลก พืชพรรณและสิ่งมีชีวิตชนิดใดก็ไม่สามารถอาศัยอยู่ในพื้นที่แถบนั้นได้เลย แต่สถานที่แห่งนี้กลับเป็นแหล่งของไนเตรทและไอโอดีนที่ใหญ่ที่สุด

ไนเตรทเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์และแบคทีเรีย แต่ท่ามกลางทะเลทรายที่แห้งแล้งนี้กลับมีไนเตรทและไอโอดีนกระจายอยู่ในพื้นที่ยาว 700 กิโลเมตร กว้าง 20 กิโลเมตร

 

เชื่อกันว่าแร่ธาตุเหล่านี้อาจถูกพัดพามาจากทะเลแปซิฟิกที่อยู่ห่างออกไปราว 50 กิโลเมตร และไนโตรเจนก็ทำปฏิกิริยากับดินและเกลือ แต่ความคิดเหล่านี้ก็เป็นเพียงทฤษฎีที่ยังพิสูจน์ไม่ได้เท่านั้น

 

#6

แก้วกลางทะเลทราย

แก้วและกระจกถือได้ว่าเป็นเครื่องประดับที่ทำค่อนข้างยากในสมัยโบราณ เนื่องจากต้องอาศัยความร้อนมหาศาลในการเผาไหม้ทราย แต่กลับมีการค้นพบว่าเครื่องแก้วชนิดที่ถูกใช้เป็นเครื่องประดับของฟาโรห์ทุตอังค์อามุนแห่งอียิปต์นั้นมีอายุเก่าแก่กว่าอาณาจักรอียิปต์เองเสียอีก

 

จากความสงสัยนี้จึงนำไปสู่การค้นพบแหล่งแก้วกลางทะเลทรายซาฮารา ซึ่งเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าแก้วประเภทนี้ต้องใช้ความร้อนระดับสูงกว่าพลังงานปรมาณูในการสร้างตัว ซึ่งคาดว่าอาจมีความร้อนสูงกว่า 18,000 องศาเซลเซียส

 

#7

ก๊าซปริศนาจากมุมบรรจบ 4 รัฐ

เมื่อปีค.ศ. 2003 ดาวเทียมที่ใช้วัดค่าก๊าซเรือนกระจกของนาซา ได้พบกลุ่มควันที่เป็นอันตรายและเป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกที่มุมบรรจบ 4 รัฐนี้ โดยจุดนี้คือจุดบรรจบของ 4 รัฐในอเมริกาอันได้แก่โคโลราโด, นิว เม็กซิโก, แอริโซนา และยูทาห์

 

โดยข้อสันนิษฐานเบื้องต้นคือทั้ง 4 รัฐดังกล่าวนั้นมีบ่อก๊าซธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมากกว่า 40,000 แห่งเลยทีเดียว ซึ่งอุตสาหกรรมการผลิตก๊าซธรรมชาติมักก่อให้เกิดก๊าซมีเทนที่เป็นต้นเหตุของการเกิดก๊าซเรือนกระจกเป็นจำนวนมาก

 

แต่นักวิทยาศาสตร์ก็ยังหาคำตอบไม่ได้อยู่ดีว่า ทำไมที่มุมบรรจบ 4 รัฐจึงได้มีจำนวนก๊าซมีเทนสะสมสูงกว่าจุดอื่น โดยเพิ่มขึ้นถึงปีละ 10 เปอร์เซ็นต์เป็นระยะกว่า 6 ปีเลยทีเดียว ปัจจุบันจุดดังกล่าวไม่มีการสะสมของก๊าซมีเทนแล้ว เป็นการเกิดขึ้นและจบสิ้นของการเกิดก๊าซพิษที่สร้างความฉงนงงงวยให้กับนักวิทยาศาสตร์เป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าบทจะมาก็มา บทจะไปก็ไม่บอกกล่าวกันเลยทีเดียว

 

#8

Nabta Playa

เป็นกลุ่มหินลึกลับในทะเลทรายซาฮารา มีลักษณะเป็นแผ่น ลักษณะเหมือนๆ กับสโตนเฮนจ์ แต่กลุ่มหินนี้เกิดขึ้นก่อนสโตนเฮนจ์มานานมาก โดยหินบางคู่มีน้ำหนักเป็นตันเลยทีเดียว และยาวถึง 2.7 เมตร กระทั่งในปัจจุบันก็ยังหาข้อพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นฝีมือมนุษย์ ธรรมชาติ หรือสิ่งลี้ลับที่เราคาดไม่ถึงก็เป็นได้

 

 

เครดิตข้อมูล listverse.com

แบ่งปัน