ย้อนเหตุการณ์ “ภัยพิบัตินิวเคลียร์” ที่มีคนเจ็บนับแสน และมันเกิดจากฝีมือ “คนมือบอน” ไม่กี่คน

หากเราจะพูดถึง “ภัยพิบัตินิวเคลียร์” ภาพที่เรานึกขึ้นมาในหัวก็คงเป็นเรื่องของการก่อการร้าย การทำสงคราม ทิ้งระเบิดกันตูมตาม แต่สำหรับเรื่องราว “ภัยพิบัตินิวเคลียร์” ที่เราจะนำเสนอในวันนี้มันไม่ใช่แบบนั้น เพราะมันเกิดขึ้นจาก “คนมือบอน” ไม่กี่คนจนส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปอ่านกันได้เลย

ย้อนกลับไปในปี 1987

ในเมืองกัวเนีย ประเทศบราซิล ชายเก็บของเก่าสองคนนามว่า โรเบอร์โต และ อัลเวส ได้แอบเข้าไปที่โรงพยาบาลร้างและพบกับเครื่องฉายรังสีที่ถูกทิ้งไว้ พวกเค้าจึงได้ถอดมันเป็นชิ้นๆ และนำใส่รถเข็นกลับบ้านเพื่อที่จะนำไปขาย เพราะเห็นว่าน่าจะได้ราคา

ชิ้นส่วนหนึ่งที่พวกเขาเก็บกลับมานั่นก็คือ แคปซูลรังสีที่บรรจุสาร Caesium-137 เป็นสารปล่อยกัมตภาพรังสีชนิดหนึ่ง โดยบรรจุอยู่ในแคปซูลที่ทำจากสแตนเลสมันวาวเพื่อป้องกันรังสีรั่วไหล

2 วันถัดมา…

ตลอดระยะเวลา 2 วันที่ทั้งคู่พยายามที่จะแยกชิ้นส่วนเครื่องฉายรังสีที่ขโมยมา ทั้งคู่ต้องเจอกับอาการเวียนหัวและอาเจียนหลายครั้ง อัลเวสมีอาการท้องเสียและมือเริ่มบวมอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ทั้งสองคนก็อดทนทำจนสามารถแกะแคปซูลได้สำเร็จ

เมื่อแคปซูลที่เป็นตัวป้องกันรังสีได้ถูกเปิดออก ทั้ง 2 คนก็ได้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในนั่นก็คือ Caesium-137 ซึ่งมีลักษณะเป็นผงสีฟ้าเรืองแสงสวยงาม ทั้งคู่จึงได้นำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า

ผงสีฟ้าที่สวยงาม…

เมื่อผู้ที่รับซื้อไปเห็นว่าผงสีฟ้าที่เรืองแสงนั้นสวยดี จึงเรียกให้ผู้คนที่อยู่ในแถบนั้นมาดูกัน บางคนก็ขอแบ่งซื้อผงสีฟ้าเพื่อนำกลับบ้านไปให้ลูก บางคนได้นำไปขายต่อให้คนอื่นในละแวกใกล้เคียง

และที่ร้ายแรงกว่านั้นคือ มีเด็ก 6 ขวบที่พ่อแม่ให้นำผงสีฟ้าติดตัวไปอวดเพื่อนที่โรงเรียนด้วยวิธีการโรยตามตัวให้เหมือนกับว่าตัวเองเปล่งแสงได้ หลังจากนั้นไม่นานผู้คนที่ได้สัมผัสผงสีฟ้าก็เริ่มมีอาการป่วย

แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว

การแพร่กระจายของรังสีจากความไม่รู้ของชาวบ้านนั้น ใช้เวลาถึง 14 วันกว่าที่รัฐบาลจะรู้เรื่อง เนื่องจากตัวเลขของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลท้องถิ่นด้วยอาการที่คล้ายกันสูงผิดปกติถึง 112,000 คน ทางโรงพยาบาลจึงได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบและพบต้นตอของสาเหตุ

การตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

หลังจากเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบการแพร่กระจายของรังสีก็พบว่ามีบ้านเรือนที่มีค่ารังสีที่เกินมาตรฐานจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตเป็นจำนวนมาก จึงมีคำสั่งให้ทำลายบ้านเหล่านั้นและขุดดินที่มีการปนเปื้อนไปทิ้งเป็นจำนวนมาก

บทสรุป

เหตุการณ์ครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 5 ราย โดยมีทั้งสมาชิกของครอบครัวที่รับซื้อแคปซูลไป และหนึ่งในจำนวนนั้นคือหนูน้อยวัย 6 ขวบที่เอาผง Caesium-137 ไปทาบนร่างกาย ส่วนโรเบอร์โต้ และอัลเวส ถูกตัดร่างกายบางส่วนที่ถูกรังสีเผาจนผิวหนังไหม้ กลายเป็นคนพิการไป

นิตยสารไทม์ระบุว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นภัยพิบัตินิวเคลียร์ที่เลวร้ายที่สุดครั้งหนึ่งของโลก

แบ่งปัน