รวมเรื่องราวเกี่ยวกับ “ดูไบ” ที่คนทั่วโลกมักเข้าใจผิด ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้เป็นแบบนั้น

หลายๆคนมักจะคิดว่า ดูไบ หรือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์นั้นเป็นประเทศที่มีความร่ำรวยและหรูหรา และเรามักจะเห็นภาพมากมายที่บงบอกว่าประเทศนี้ร่ำรวยมาก วันนี้เรามีภาพลักษณ์ที่ไม่เป็นความจริง 15 ความจริงของ “ดูไบ” ที่คนทั่วโลกมักเข้าใจผิด ความจริงแล้วที่นี่ไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิด จะมีเรื่องอะไรบ้างเราไปดูกันเลย

 

#1

ดูไบเป็นเมืองหลวงของเศรษฐี

จริงๆมีเศรษฐีรวยเป็นพันล้านดอลลาร์ 5,000 คนในโลก มีแค่ 20 คนเท่านั้นที่อยู่ในดูไบ (รวมถึงพวกเศรษฐีที่ “ขี้อาย” ด้วย) ความจริงแล้วเมืองหลวงของคนรวยคือปักกิ่งต่างหาก อันดับที่ 2 คือนิวยอร์ก

 

 

#2

ไม่มีความยากจนในดูไบ

ถ้าลองดูจำนวนผู้อพยพแล้วก็จะรู้ว่ามีคนจน เงินเดือนของคนงานอยู่ที่ประมาณ 6,500-8,000 บาท ส่วนราคาแพ็กเกจต่อมือถือที่ถูกที่สุดอยู่ที่เกือบ 1,000 บาท ที่นี่ค่าครองชีพสูง คนหลายคนอาศัยอยู่ด้วยกันกับคนอื่นในห้องเล็กๆ (จำนวนคนปกติคือ 5 คนต่อ 1 ห้อง)

 

#3

ดูไบเป็นที่ที่สมบูรณ์แบบในการเลี้ยงดูเด็ก

ผู้อพยพหลายคนทิ้งลูกไว้ที่ประเทศบ้านเกิดเพราะไม่มีเงินค่ายค่าเล่าเรียนให้ลูก การเรียนในโรงเรียนรัฐบาล 11 ปีต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นเงินเกือบ 3,300,000 บาท ค่าเรียนมหาวิทยาลัยก็แพงจนขายไตได้เลย นอกจากนั้นอากาศที่ร้อนยังไม่ช่วยเรื่องพัฒนาการของเด็กเพราะเด็กๆ จะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องที่ติดแอร์

 

#4

ดูไบเป็นประเทศ

ดูไบเป็นเมืองในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไม่ใช่เมืองหลวงด้วย (เมืองหลวงคือ อาบูดาบี) มีเอมิเรต 7 แห่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ที่มีชีคต่างกันไป แต่ว่าดูไบเป็นเอมิเรตที่มีคนอยู่เยอะ

 

#5

ไม่มีแอลกอฮอล์ในดูไบ

นักท่องเที่ยวกับคนที่ไม่ใช่คนมุสลิมสามารถดื่มแอลกอฮอล์ได้ การจะซื้อนั้นต้องใช้บัตรพิเศษหรือวีซ่านักท่องเที่ยว คุณสามารถหาแอลกอฮอล์ได้ที่โรงแรมเกือบทุกแห่ง ไนต์คลับทุกที่ และบาร์ โดยทั่วไปแล้วสถานที่เที่ยวกลางคืนจะอยู่ในโรงแรม และมีสถานที่พวกนี้มากกว่า 500 แห่งในดูไบ!

 

#6

ไม่มีคนว่างงานในดูไบ

กฏง่ายๆ คนต่างประเทศที่มาอาศัยอยู่ที่นี่โดยไม่มีวีซ่าทำงาน จะถูกส่งกลับบ้านภายใน 30 วัน คนท้องถิ่นสามารถเปลี่ยนงานได้ง่าย เพราะการศึกษาระดับสูงขึ้นในมหาวิทยาลัยที่ไหนก็ได้ทั่วโลกนั้นไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ (เพราะรัฐบาลของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จ่ายให้)

 

#7

ดูไบเป็นเมืองที่สิ่งแวดล้อมสะอาด

การที่มีพลเมืองเพิ่มมากขึ้น การก่อสร้างตลอดเวลา การขาดแหล่งน้ำดื่ม การเปลี่ยนแปลงของภูมิประเทศเพราะสิ่งก่อสร้าง การที่ระบบจัดการของเสียไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน และการที่มีรถยนต์มาก สิ่งเหล่านี้ทำให้ไม่สามารถเรียกดูไบว่าเป็นเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้

 

#8

ดูไบมีหน้าร้อนตลอดเวลา อากาศดีเสมอ

ในฤดูใบไม้ผลิกับฤดูร้อน อุณหภูมิของดูไบขึ้นไปถึง 48 องศาเซลเซียส ความชื้นสูงและแสงอาทิตย์ส่องตลอด ท้องฟ้าของประเทศนี้เป็นสีเทาเพราะมีฝุ่นหนามากในอากาศ

 

#9

ใช้เวลาหลายปีกว่าดูไบจะมาถึงขั้นนี้

เอมิเรตเพิ่งรวมตัวกันเมื่อปี 1971 ดูไบเป็นเมืองอายุน้อยที่พัฒนาไปเร็วมากและทำให้เราทึ่งกับสิ่งประดิษฐ์ การเงิน เทคโนโลยี และการท่องเที่ยวได้เสมอ

 

#10

ตำรวจดูไบใช้รถหรูๆ เท่านั้น

คนทั่วโลกพูดกันเรื่องที่รถตำรวจในดูไบเป็นรถแลมโบกินีและเบนท์ลีย์ แต่ความจริงแล้วเราสามารถเห็นรถ BMW ออดี้ หรือแม้กระทั่งโตโยต้าได้ คนท้องถิ่นมีสปอร์ตคาร์กันเยอะมาก ตำรวจเลยต้องมีรถที่วิ่งได้เร็วเพื่อจะได้ตามทัน

 

#11

ทุกอย่างเป็นอัตโนมัติในดูไบ

เทคโนโลยีมีอยู่ทุกที่ในเมืองนี้ ทั้งมีการติดแอร์ที่ป้ายรถเมล์ มีตำรวจที่เป็นหุ่นยนต์ มีรถไฟในสนามบิน แต่ว่าระบบการระบายน้ำนั้นก็ไม่ได้มีอยู่ในหลายเขต แค่ฝนตกปริมาณเล็กน้อยก็สามารถทำให้ทั้งเมืองเป็นอัมพาตได้

 

#12

เสือชีต้าห์กับสิงโตเป็นสัตว์เลี้ยงของทุกคนในดูไบ

การเลี้ยงสัตว์ป่าเป็นสิ่งผิดกฏหมาย ถ้าคุณออกไปข้างนอกโดยมีชีต้าห์หรือสิงโตไปด้วยในดูไบ คุณอาจจะโดนจำคุกถึง 6 เดือนและถูกปรับเป็นเงินตั้งแต่ 88,000 กว่าบาท ไปจนถึง 4,500,000 บาท คนท้องถิ่นส่วนใหญเลี้ยงแมวกัน แล้วก็ไม่ค่อยชอบหมา

 

#13

ดูไบมีแต่ตึกสูง

เมืองนี้เป็นเมืองที่มีความขัดแย้งกัน ที่นี่มีทั้งตึกสูง 163 ชั้น คฤหาสน์หลายชั้น อพาร์ตเมนต์ และบ้านชั้นเดียว เมืองขยายตัวขึ้น แต่คนท้องถิ่นชอบการอยู่บ้านส่วนตัวที่ไม่เพื่อนบ้านมากกว่า

 

#14

คนส่วนใหญ่ในดูไบเป็นคนอาหรับและคนท้องถิ่น

25% ของประชากรเมืองดูไบเป็น… ชาวอินเดีย มีคนท้องถิ่นแค่ 9% ของประชากร คนที่อยู่ในดูไบมาก รองลงมาจากอินเดียคือ ผู้อพยพจากปากีสถานและบังกลาเทศ คนพวกนี้มักจะทำงานในไซต์ก่อสร้างและในโรงงาน 91% ของประชากรในดูไบเป็นคนที่มาจากประเทศอื่น

 

#15

ความร่ำรวยของดูไบมาจากน้ำมัน

ก่อนที่การผลิตน้ำมันจะเริ่มขึ้น คนที่ดูไบดำน้ำเก็บไข่มุกและประสบความสำเร็จในธุรกิจนี้ ไข่มุกจากอ่าวเปอร์เซียมีราคาสูง มีส่วนจัดแสดงประวัติศาสตร์ไข่มุกอยุ่ในศูนย์วัฒนธรรมและพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

 

แต่ยังไงก็ตาม ดูไบยังเป็นที่ที่น่าไปเก็บความประทับใจที่เราจะไม่มีวันลืม… อย่างเช่นการไปเล่น “flying backpack” สิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้เราเข้าใกล้ Ironman มากขึ้นไปอีกขั้น

 

บินเล่นกับเครื่องบินก็ยังได้

 

หรือจะบินเป็นคู่ก็ยิ่งมันส์

 

เครดิตข้อมูล brightside.me

แบ่งปัน