เปิดนวัตกรรมใหม่สุดล้ำ ที่จะมาเปลี่ยนโลกในไม่ช้า

ในยุคที่วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างในทุกวันนี้ นักวิทยศาสตร์ได้ค้นพบนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมากมาย บ้างก็อยู่ในขั้นพัฒนา บ้างก็พัฒนาเสร็จแล้ว และแน่นอนทั้งหมดเพื่อตอบโจทย์ความสะดวกสบาย และคุณภาพชีวิตของมนุษย์บนโลกนั่นเอง สำหรับวันนี้เราจะพาไปดู 4 นวัตกรรมใหม่สุดล้ำ ที่จะมาเปลี่ยนโลกในไม่ช้า

 

#1

ดวงอาทิตย์จำลอง

ดวงอาทิตย์จำลองขนาดใหญ่นี้มีชื่อว่า “Synlight” คิดค้นโดยนักวิทยาศาสตร์ จากศูนย์การบินอวกาศเยอรมนี German Aerospace Center (DLR) ถูกสร้างขึ้นที่ Jülich ใกล้กับเมืองโคโลญ โดยพวกเขาเชื่อว่าพลังงานแสงจากเครื่องนี้ สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานทดแทนได้ในทันที

 

Synlight ประกอบด้วยเครื่องฉายโปรเจคเตอร์จำนวนกว่า 149 เครื่อง โดยแต่ละเครื่องนั้นสามารถฉายแสงสว่างได้กว่าหลอดไฟบ้านทั่วไปเฉลี่ยกว่า 4,000 เท่า เมื่อเครื่องทำงานจะสามารถสร้างแสงแดดที่แรงกว่าแสงแดดธรรมชาติ ถึง 10,000 เท่าบนพื้นผิวโลก

 

หลอดไฟเหล่านี้สามารถกำหนดจุดรวมแสงได้ซึ่งมันทำให้เกิดอุณหภูมิที่สูงได้ราว 3,500 องศาเซลเซียส วัดค่าความร้อนได้สูงกว่า 3 เท่าจากอุณหภูมิเกิดจากเตาหลอมทั่วไปเลยด้วย เพื่อป้องกันตรายที่อาจเกิดขึ้นมันจึงถูกสร้างขึ้นภายในห้องทดลองที่ป้องกันรังสีอันตราย

 

กลุ่มนักวิทยาศาสตร์ผู้คิดค้นให้เหตุผลว่า ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์ไม่ได้ถูกทำให้เกิดประโยชน์มากเท่าที่ควร พวกเขาจึงคิดเครื่องมือที่แปลงพลังงานจากโซลาร์เซลล์มาใช้กับเครื่องชนิดนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าเครื่องนี้ก็ยังกินพลังงานจำนวนมาก โดยเจ้าเครื่องนี้ทำงานเพียง 4 ชั่วโมงจะเท่ากับครอบครัวขนาดสี่คนใช้พลังงานไฟฟ้าหนึ่งปีเลยทีเดียว

 

นักวิจัยคาดหวังว่าแสงจากเครื่องนี้จะใช้สำหรับการกระตุ้นปฏิกิริยาที่ก่อให้เกิดเชื้อเพลิงไฮโดรเจน สำหรับใช้เป็นเชื้อเพลิงในเครื่องบินและรถยนต์ และมันจะเป็นเครื่องมือที่ใช้ทดสอบความทนทานของชิ้นส่วนยานอวกาศเมื่อถูกรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ ในการสำรวจอวกาศเพื่อความปลอดภัยที่สูงขึ้นในอนาคต

 

#2

เสื้อยืดอัจฉริยะที่ใส่แล้วมองเห็นอวัยวะภายใน

มองเผินๆ เสื้อยืดตัวนี้อาจจะมีลักษณะเหมือนเสื้อยืดทั่วไป แต่ความพิเศษของมันบอกได้เลยว่าไม่ธรรมดาจริงๆ เพราะนี้คือ “Virtuali-Tee” เสื้อยืด 3 มิติที่จะทำให้คุณเข้าใจเรื่องอวัยวะภายในร่างกายมากขึ้น

 

ทีมงานจาก Curiscope เป็นผู้คิดค้นและผลิตเสื้อยืดอัจฉริยะนี้ขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า “Virtuali-Tee” มีจุดประสงค์เพื่อให้เข้าใจเรื่องโครงสร้างของร่างกายมนุษย์มากขึ้น

 

ความเจ๋งของเสื้อตัวนี้อยู่ตรงที่สามารถจำลองภาพอวัยวะภายในของร่างกายได้ผ่านตัวเสื้อที่สวมใส่ โดยวิธีใช้คือนำสมาร์ทโฟนที่โหลดแอปพลิเคชันที่มาคู่กับเสื้อตัวนี้ แล้วส่องไปที่ตัวเสื้อ หน้าจอของสมาร์ทโฟนก็จะปรากฏเป็นภาพอวัยวะภายในร่างกายของเราตั้งแต่ กระดูก ตับ ไต หัวใจ ไปจนเส้นเลือดขนาดเล็กต่างๆ ซึ่งภาพที่แสดงออกมาก็จะเป็นภาพที่เสมือนจริงแบบ 3 มิติเลยทีเดียว

 

#3

การปลูกเนื้อเยื่อหัวใจมนุษย์ลงบนผักโขม

แม้เทคนิคด้านการแพทย์จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีมานี้ อย่างไรก็ตามปัญหาที่ยังหาทางแก้ไขได้ยากนั้นคือ การสร้างหลอดเลือดดำที่เชื่อมต่อกับเส้นเลือดฝอย โดยเป็นท่อลำเลียงออกซิเจน, สารอาหาร และโมเลกุลสำคัญเข้าสู่เนื้อเยื่อในร่างกายมนุษย์โดยเฉพาะหัวใจ

 

โจทย์นี้ทำให้นักวิจัยจาก Worcester Polytechnic Institute (WPI), University of Wisconsin-Madison และ Arkansas State University ร่วมมือกันทำการทดลองใช้เซลล์เนื้อเยื่อหัวใจของมนุษย์ปลูกลงบนใบของผักโขม ซึ่งผลที่ได้นั้นอาจทำให้มนุษย์สามารถสร้างชั้นกล้ามเนื้อหัวใจขึ้นได้

 

นักวิจัยมองว่า พืชและสัตว์นั้นมีพื้นฐานในการลำเลียงของเหลวที่คล้ายคลึงกันในโครงสร้างที่คล้ายกับเส้นเลือดของมนุษย์ จึงทำการทดลองโดยการขจัดเซลล์พืชที่อยู่ในผักออกก่อน จากนั้นก็ทำการปลูกเซลล์เนื้อเยื่อหัวใจของมนุษย์ลงไปแทน

 

ซึ่งพบว่ามันสามารถเจริญเติบโตได้และการลำเลียงสารอาหารในระดับจุลินทรีย์มีความใกล้เคียงกับขนาดของเซลล์เม็ดเลือดขาวของมนุษย์ที่ลำเลียงผ่านทางหลอดเลือดดำที่ทำหน้าที่ปั้มเลือดกลับสู่หัวใจ หรือสรุปได้ว่าผักโขมที่นำมาทดลองสามารถทำหน้าที่คล้ายเส้นเลือดของมนุษย์ได้

 

#4

การเปลี่ยนก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้เป็น “หิน”

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ หรือ CO2 สาเหตุของปรากฏการณ์เรือนกระจกหรือที่เรียกว่าภาวะโลกร้อนนั่นเอง เป็นก๊าซที่ปล่อยออกมาจากฝีมือมนุษย์เกือบทั้งหมด โดยที่มนุษย์ต่างก็หาวิธีการเพื่อลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้แล้ว แต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงมาก

 

Juerg M. Matter และทีมวิจัยได้ร่วมกันหาวิธีที่จะนำก๊าซพวกนี้กลับมาใช้ใหม่อย่างไรให้เร็วที่สุดและเสียค่าใช้จ่ายน้อยที่สุด โดยพวกเขาพบว่าเอามันฝังลงไปใต้ดินเสียเลย

 

โครงการนี้มีชื่อว่า CrabFix พวกเขาได้นำไปใช้กับโรงไฟฟ้า Hellisheidi โดยการปรับสารองค์ประกอบของ CO2 นิดหน่อยเพื่ออัดมันลงไปในชั้นหินบะซอลต์ของภูเขาไฟใต้โรงงานไฟฟ้าแห่งนี้ เมื่อหินบะซอลต์ทำปฏิกิริยากับ CO2 และน้ำ ตะกอนของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะเปลี่ยนเป็นสีขาวและมีความแข็ง ไม่ซึมขึ้นมาบนผิวดิน ไม่ละลายลงแม่น้ำ และมันก็ใช้เวลาไม่กี่เดือนในการแปรสภาพเป็นหิน ซึ่งทำให้ตัดปัญหาการกำจัดของเสียและสารปนเปื้อนจากโรงไฟฟ้าต่อสิ่งแวดล้อมออกไปได้อย่างสบายใจ

 

เครดิตข้อมูล spokedark.tv

แบ่งปัน