เปิดรายชื่อสถานที่ที่ไม่ควรไปเยือนจากทั่วทุกมุมโลก

บนโลกของเรานั้นมีสถานที่มากมาย ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว สถานบันเทิง สถานศึกษา หรือแม้แค่สถานที่ “ต้องห้าม” ที่ไม่ควรไปยุ่งก็มีเช่นกัน และวันนี้เราขอนำเสนอ 10 อันดับ สถานที่ที่ไม่ควรไปเยือนจากทั่วทุกมุมโลกมาให้ได้ชมกัน ถ้าพร้อมแล้วไปติดตามกันเลย

 

อันดับ 10

Centralia, Pennsylvania

เมืองเซ็นทราเลีย แห่ง เพนซิลวาเนีย สหรัฐอเมริกา เมืองที่ถูกสร้างขึ้นเพื่ออุตสาหกรรมเหมืองถ่านหินจนสร้างความรุ่งเรืองมากในครั้งอดีต แต่กลับถูกทำลายด้วยไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1962 โดยต้นเพลิงนั้นเกิดจากการจุดไฟเผาขยะทิ้งไว้ในบ่อเหมือง จึงเกิดการไหม้ลุกลามขยายวงกว้างกินพื้นที่ใต้ดินของอาคารบ้านเรือนอย่างรวดเร็ว

 

แม้จะสูญเสีญค่าใช้จ่ายอย่างมหาศาลเพื่อดับไฟ แต่ก็ไม่เป็นผล ทุกวันนี้ไฟยังครุกรุ่นนานนับ 40 ปี ทำให้ประชากรรอบด้านได้รับสารพิษจากคาร์บอนมอนอกไซด์ซึ่งปนเปื้อนอยู่ในอากาศ รวมถึงการเกิดดินยุบเป็นหลุมลึก ทางการจึงประกาศห้ามใช้ตึกทุกหลังในเมืองเซ็นทราเลีย และยกเลิกรหัสไปรษณีย์ ผู้คนเริ่มอพยพย้ายถิ่นฐาน จนปัจุบันหลงเหลือประชากรแทบนับจำนวนคนได้

 

อันดับ 9

Dallol

ภูเขาไฟดาลลอล สูง 50 เมตร จากระดับน้ำทะเล อยู่ทางตอนเหนือของเอธิโอเปีย อุณหภูมิในบริเวณนี้มีความร้อนสูงจนไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่อยู่ห่างไกลที่สุดในโลก ทั้งยังอยู่ใกล้ชายแดนที่มีความขัดแย้ง นักท่องเที่ยวที่อยากจะลองไปเหยียบ ภูเขาไฟดาลลอล ต้องอาศัยยานพาหนะติดอาวุธ เพราะอาจถูกทำร้ายจากกองโจรได้!

 

 

อันดับ 8

Hanford Site

แฮนฟอร์ด อดีตชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็กทางตอนใต้ของวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา ส่วนหนึ่งของโครงการแมนฮัตตัน ในการผลิตพลูโตเนียมเพื่อใช้ในโรงงานนิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

 

และเนื่องจากปริมาณพลูโตเนียมมากเกินไป จึงทำให้เกิดกัมตภาพรังสีจำนวนมาก จนไม่สามารถกำจัดได้หมด แฮนฟอร์ด จึงกลายเป็นพื้นที่เจือปนกากกัมตภาพรังสี ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งได้รับสารพิษและสารก่อมะเร็ง!

 

อันดับ 7

Dzerzhinsk

เมืองเดอร์ซินสค์ เแห่ง รัสเซีย ตั้งอยู่บนแม่น้ำ Oka ทางตะวันออกของกรุงมอสโก ในปี 1941 ก่อนสงครามเย็น เมืองเดอร์ซินสค์ ถือเป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีชั้นนำของประเทศ รวมทั้งอินทรีย์เคมีอื่นๆ

 

แม้ภายหลังจะมีการหยุดผลิตสารพิษนี้ลง โดยการฝังดินหรือทิ้งลงแม่น้ำ แต่ก็ไม่สามารถกำจัดสารพิษได้หมดไป ส่งผลให้มีสารตกค้างจนถึงปัจจุบัน ประชากรมีอันล้มป่วยล้มตาย เมืองนี้จึงเป็นศูนย์กลางผลิตสารเคมีที่มีระดับมลภาวะร้ายแรงที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง

 

อันดับ 6

Dharavi

Dharavi สลัมที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย ตั้งอยู่ที่ เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย เป็นแหล่งเครื่องปั้นดินเผาและอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่รกเลอะเทอะด้วยสาเหตุของความแออัดจากปริมาณผู้คนที่แห่แหนเข้ามาหางานทำในเมืองหลวง

 

และเพราะค่าครองชีพในมุมไบสูงมาก สลัมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะค่าเช่าเพียง 185 รูปี หรือ 4 เหรียญสหรัฐ ต่อเดือนเท่านั้น ส่งผลให้บริเวณนี้มีประชากรเกินกว่า 1 ล้านคน จึงไม่น่าแปลกใจที่เมืองเต็มไปด้วยปัสสาวะและสิ่งปฏิกูล โรคระบาดทวีคูณ

 

อันดับ 5

Linfen

เมืองหลินเฟิน แห่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน มีประชากรกว่า 4.2 ล้านคน ขึ้นชื่อว่าเป็น เมืองที่สกปรกที่สุดในโลก มลพิษปกคลุมอยู่ทุกแห่งไม่ต่างจากหมอกควัน

 

สาเหตุมาจากการเผาไหม้ของถ่านหินโรงงานไฟฟ้า และโรงงานที่ใช้เทคโนโลยีไม่ได้มาตรฐานตามกฎหมาย แม้จะมีการปราบปราม แต่ปัจจุบัน เมืองหลินเฟิน ก็ยังคงเต็มไปด้วยสารตะกั่วและโลหะหนัก ชาวจีนในถิ่นนี้ต้องสวมหน้ากากลดการสูดดมตลอดวัน มิหนำซ้ำบางวันสารพิษปกคลุมจัดจนมองไม่เห็นมือตัวเอง!

 

อันดับ 4

Room 39

Room 39 หรือ ห้องหมายเลข 39 ชื่อของสำนักงานหรือหน่วยงานลับ ก่อตั้งขึ้นในปี 1970 ซึ่งที่ทำการน่าจะอยู่ที่ เปียงยาง เกาหลีเหนือ อย่างที่ทราบกันว่า เกาหลีเหนือ เป็นประเทศสันโดษ แร้นแค้น ประชากรอดอยาก ไม่เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ทำให้ท่านผู้นำไม่สามารถหาเงินหรือใช้เงินได้สะดวก หน่วยงานลับ

 

ห้องหมายเลข 39 จึงสร้างขึ้นมาเพื่อการรักษาเงินและเพิ่มเงินในกระเป๋าของท่านผู้นำคิม จอง อิล ซึ่งจะทำหน้าที่ฟอกเงิน ตั้งกองทุนปลอม ปลอมแปลงเงิน ทำกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย และสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ฟังแล้วเพลียขนาดนี้ จึงขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งใน สถานที่อันตรายที่สุดในโลก

 

อันดับ 3

Mogadishu

Mogadishu เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดใน โซมาเลีย ประเทศในแถบแอฟริกาตะวันออก อยู่ติดกับชายฝั่งทะเลในมหาสมุทรอินเดีย เป็นเมืองท่าสำคัญมานานหลายศตวรรษ

 

แต่ในปี 1990 เมืองแห่งนี้ได้กลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เนื่องจากกองกำลังกบฏยึดครองเมือง ส่งผลให้บ้านเมืองไร้กฎหมาย ประชากรอดอยาก ถนนหลายสายชำรุด บ้านเมืองถูกทำลาย มากมายด้วยกองโจร และเหตุการณ์ระเบิดฆ่าตัวตาย นักท่องเที่ยวที่คิดจะมาเยือน โซมาเลีย ไม่ควรเฉียดเมืองนี้ หรือเปลี่ยนที่หมายไปประเทศอื่นจะปลอดภัยกว่า!

 

อันดับ 2

Cite Soleil

Cite Soleil แห่ง เฮติ มีประชากรกว่า 200,000 – 300,000 คนอาศัยในพื้นที่แห่งนี้ ถือเป็น สถานที่แออัดที่สุดและอันตรายที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ไม่มีระบบระบายน้ำ ไม่มีร้านค้า ไฟฟ้า หรือ ตำรวจ ประชาชนอดอยาก ว่างงาน ไม่รู้หนังสือ

 

แย่ไปกว่านั้นยังมีแก๊งติดอาวุธครองเมือง ซึ่งเจ้าหน้าที่สหประชาชาติก็ไม่สามารถควบคุมพื้นที่และแก้ปัญหาได้ ทั้งยังเคยเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ของเฮติ ส่งผลให้ประชาชนเสียชีวิตถึง 230,000 คน และกว่าหนึ่งล้านคนไม่มีที่อยู่อาศัย และสลัมแห่งนี้ยิ่งทวีความเลวร้ายยิ่งขึ้นจากอาชญากรรม โรคร้าย ผู้คนส่วนใหญ่มีชีวิตอยู่รอดถึงอายุเพียง 50 ปี เท่านั้น!

 

อันดับ 1

Orangi Town

เมือง Orangi เป็นที่อยู่อาศัยของผู้อพยพในตะวันตกเฉียงเหนือของ การาจี ประเทศปากีสถาน มีประชากรประมาณ 2.5 ล้านคน เป็นมุสลิมกับชนกลุ่มน้อยหลากหลายวัฒนธรรม จึงเป็นเหตุให้ประสบปัญหาความขัดแย้งทางเชื้อชาติ

 

แม้จะมีการรณรงค์ให้ความรู้ แต่ความรุนแรงระหว่างชาวปากีสและอัฟกัน ทำให้เกิดการอพยพ ธุรกิจต่างๆ ต้องปิดตัวลง ถนนถูกทิ้งร้าง ผู้คนอาศัยอยู่ท่ามกลางความรุนแรง การข่มขืน เหตุระเบิดฆ่าตัวตาย การลักพาตัว และการลอบสังหาร จนกลายเป็นเหตุการณ์ปกติของเมืองนี้ Orangi จึงได้ชื่อว่าเป็น สถานที่อันตรายที่สุดในโลก

 

เครดิตข้อมูล mthai.com

แบ่งปัน