ตัวประหลาด “เลือดสีฟ้า” กับประโยชน์อันยิ่งใหญ่ทางการแพทย์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

หากคุณคิดว่าเลือดสีฟ้ามีแต่สัตว์ประหลาดในหนังล่ะก็ ขอบอกเลยว่าคุณ “คิดผิด” ความจริงๆ แล้วบนโลกของเรามีสัตว์อยู่กลุ่มหนึ่งที่มีเลือดสี “ฟ้า” หนึ่งในนั้นก็คือ “แมงดาทะเล” และมันมีค่ายิ่งในวงการแพทย์ซะด้วย วันนี้เราจะมาเรียนรู้ถึงความสำคัญส่วนนี้กัน

aqdapledj0ighu4vom49

 

แมงดาทะเล หรือ แมงดา จัดอยู่ในประเภทสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง บรรพบุรุษของ “แมงดาทะเล” พบในประวัติศาสตร์ทางธรณีวิทยาของยุค พาลีโอโซอิก หรือเรียกว่าก่อนยุคไดโนเสาร์

 

ซึ่งแมงดาทะเลนั้น นับเป็นสิ่งมีชีวิตแรกที่ได้ขึ้นจากน้ำมาเพื่อวางไข่บนบก จนมีวิวัฒนาการมาเป็นแมลงจนถึงปัจจุบัน และที่เจ๋งกว่านั้นคือแมงดาทะเล ยังคงมีลักษณะเดิมไม่เปลี่ยนแปลงมากว่า 400 ล้านปีแล้วด้วย จึงถือได้ว่า “แมงดาทะเล” คือฟอสซิลมีชีวิตเลยทีเดียว

140829153439-extracting-horseshoe-crab-blood-horizontal-large-gallery

 

มารู้จักสายพันธุ์ของแมงดาทะเลกันก่อนดีกว่า ทั่วโลกมีแมงดาทะเลทั้งหมด 4 ชนิด ใน 3 สกุล

 

#1

สกุล Carcinoscorpius

แมงดาถ้วย หรือ แมงดาหางกลม (Carcinoscorpius rotundicauda) พบในอินเดีย จนถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ประเทศไทย) และเอเชียตะวันออก รวมทั้งอเมริกาเหนือและอเมริกากลาง

1 Carcinoscorpius

 

#2

สกุล Limulus

แมงดาแอตแลนติก (Limulus polyphemus) พบตามชายฝั่งทางตะวันออกบริเวณเหนืออ่าวเม็กซิโก

2 Limulus polyphemus

 

#3

สกุล Tachypleus

แมงดาจาน หรือ แมงดาหางเหลี่ยม (Tachypleus gigas) พบในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (ประเทศไทย)

3.1 Tachypleus gigas

 

แมงดาญี่ปุ่น หรือ แมงดาจีน (Tachypleus tridentatus) พบตามชายฝั่งเอเชียตะวันออก

3.2 Tachypleus tridentatus

 

ในครั้งที่มนุษย์ยังไม่รู้ถึงประโยชน์ทางการแพทย์ ก็มักจับพวกมันมานึ่งให้สุกแล้วบดเป็นผง เพื่อเอาไปทำปุ๋ยหรือไม่ก็อาหารสัตว์ ทำให้ในปีๆ หนึ่ง มีแมงดาทะเลตายเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากรู้ว่า เลือดของมันสามารถนำมาเป็นประโยชน์ได้ ทำให้ชาวประมง ออกจับแมงดาในฤดูวางไข่ แล้วส่งมันเข้าห้องปฎิบัติการ

MZ1108_110415_0277

 

สาเหตุที่แมงดาทะเลมีเลือดเป็นสีฟ้า (hemocyanin) เนื่องจากมีทองแดงผสมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งถูกนำมาใช้ประโยชน์ในวงการแพทย์ โดยการใช้เลือดแมงดาทะเลไปสกัดเป็นสารที่เรียกว่า Limulus amoebocyte lysate (LAL) ในการตรวจหาเชื้อแบคทีเรียที่เป็นอันตรายที่อาจจะปนเปื้อนในวัคซีน หรือในอุปกรณ์การแพทย์ต่างๆ

q

 

ซึ่งหากใช้เลือดจาก แมงดาทะเล หรือตัวทำปฎิกิริยานี้ ฉีดเข้าไป แล้วสารเหล่านั้นมีการเปลี่ยนสี หรือแข็งตัว ก็แปลว่า “มีไวรัส” เลือดของแมงดาจึงมีความสำคัญมาก เพราะมีคุณสมบัตินี้ มันก็เลยถูกจับมาใช้ในวงการทางการแพทย์ เพื่อทดลอง และในปัจจุบันพบว่ามีการนำไปผสมลงในวัคซีนเพื่อนำไปสู่กระบวนการการให้วัคซีนแก่ผู้ป่วยอีกด้วย

Front-image-640x424

 

กระบวนการในการทดลองก็คือ พวกมันทุกตัวจะถูกนำมามัดติดไว้กับชั้นวางเพื่อเตรียมรีดเลือด จากนั้นเจ้าหน้าที่จะใช้หลอดแทงเข้าที่หัวใจของแมงดาทะเล เพื่อให้เลือดไหลออกมาปริมาณ 30% ซึ่งขั้นตอนในการรีดเลือดนี้จะใช้เวลาราวๆ 24-72 ชั่วโมงเลยทีเดียว

o-HORSESHOE-CRAB-BLED-facebook

 

3f1cf4bf5dcb157028a696c99e822c41

 

ภาพตัวอย่างของวัดซีน

 

อาการของแมงดาทะเลหลังรีดเลือดเสร็จนั้นไม่ต่างอะไรกับการบริจาคเลือดของมนุษย์ เลือดที่สูญเสียไปจะถูกสร้างขึ้นมาทดแทนใหม่จนกลับมาเป็นปกติดังเดิม แต่อย่างไรก็ตามมีการสำรวจพบว่าแมงดาทะเล 10 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ไม่สามารถฟื้นตัวกลับคืนมาได้และตายไปในที่สุด นอกจากนี้แมงดาทะเลตัวเมียที่รอดชีวิตจากการทดลองยังมีอัตราการวางไข่ที่ลดลงอีกด้วย

 

ยิ่งไปกว่านั้นแมงดาทะเลยังถูกจัดเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงขั้นวิกฤติต่อการสูญพันธุ์จาก IUCN Red List ซึ่งหนึ่งในสาเหตุสำคัญก็คือการจับมันมาเป็นตัวอย่างทดลองนั่นเอง

 

ประเด็นเกี่ยวกับการใช้สัตว์ทดลองเพื่อพัฒนาวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีข้อถกเถียงกันอย่างมากในปัจจุบัน และถ้าหากเรายังไม่รักษาสิ่งแวดล้อม ตกปลาเกินความจำเป็น จับสัตว์มาเพื่อประโยชน์ของตัวเอง ไม่เพียงแค่แมงดาทะเลเท่านั้นแต่สัตว์ชนิดอื่นก็จะสูญพันธุ์ไปจนหมดเช่นเดียวกันในอนาคต

X11185061-31

 

เครดิต teen.mthai.com

Loading...
แบ่งปัน